ข่าวฟุตบอล

“มาดามแป้ง” ควง “ซิโก้” เปิดตัวนั่งกุนซือคนใหม่ท่าเรือ-หวังให้สัญญายาว 2 ปีครึ่ง

“มาดามแป้ง” ควง “ซิโก้” เปิดตัวคุมท่าเรือ ยังใช้สัญญาใจแต่อยากให้เซ็นยาว 2 ปีครึ่ง ตั้งเป้าพาทีมจบเลขตัวเดียว ด้านกุนซือดังหวังล่าฝันพาทีมซิวแชมป์บอลถ้วยไปเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่สนามแพท สเตเดี้ยม “มาดามแป้งนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสร “สิงห์เจ้าท่า”การท่าเรือ เอฟซี เป็นประธาน เปิดตัว “โค้ชซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทย เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนแทน “เซอร์เด็จ”จเด็จ มีลาภ เฮดโค้ชคนเดิมที่โยกไปเป็นที่ปรึกษา

“มาดามแป้ง” เผยว่า “แป้งและโค้ชซิโก้ สนิทกันมาเป็นเวลานานแล้ว ชื่นชมผลงานของซิโก้ มาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาทำการท่าเรือก็อยากได้ โค้ชซิโก้เข้ามาร่วมงาน เพราะเป็นกุนซือที่เป็นมืออาชีพ และซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเอง แม้ผลงานของทีมในปีนี้ยังอยู่ในเป้าหมายคือเลขตัวเดียว ซึ่งต้องขอบคุณเซอร์เด็จที่พาทีมมาถึงจุดนี้ แต่หลายทีมก็เสริมทัพกันน่ากลัว จึงเป็นเรื่องยากที่เราจะรักษาผลงานของเราเอาไว้ได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีการพัฒนาทีมเช่นเดียวกัน

“ตอนซิโก้ คุยกับแป้งต้องบอกว่าเป็นการหลวมตัวมาทำ แต่ก็รู้สึกดีใจมาก ทั้งตัวแป้ง และแฟนบอลต่างตื่นเต้นที่ได้โค้ชซิโก้มาร่วมทีม ส่วนเรื่องสัญญา นั้น ตอนนี้ยังเป็นเพียงสัญญาใจ ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก คงจะมีการคุยกันอีกครั้ง แต่ใจจริงแล้วแป้งอยากให้ซิโก้ อยู่กับทีมให้นานที่สุด หากเป็นไปได้ ก็อยากให้อยู่จนครบสัญญาเอ็มโอยู ที่แป้งทำไว้กับการท่าเรือ ซึ่งเหลืออีก 2 ปีครึ่ง”

มาดามแป้งเผยอีกว่า เป้าหมายของเรายังคงตั้งไว้ที่ 1 ใน 7 หรือเลขตัวเดียว แต่ก็ไม่ได้กดดันอะไรมาก ส่วนเรื่องการทำทีมนั้นจากนี้ต้องรีบคุยกับ “ซิโก้” ว่าอยากได้ใครเข้ามาเสริมหรือไม่ ซึ่งเราพร้อมจะเปิดกว้างเต็มที่

“การท่าเรือมีโค้ชมาหลายคน ซึ่งถ้าทำผลงานไม่ดีก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยมีโค้ชระดับซิโก้มาก่อน และซิโก้ ก็เพิ่งเข้ามาด้วย จึงต้องให้เวลาพอสมควร ซึ่งแป้งอยากให้ซิโก้ อยู่กับเราให้นานที่สุด”

ด้านซิโก้เผยว่า หลายคนคงจะเซอร์ไพรส์ที่ตนมารับงานนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติสำหรับตนมาก อย่างแรกเลยคือสโมสรแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งของตน เพราะสมัยคัดเป็นเยาวชนทีมชาติไทย ก็มาคัดที่นี่ อีกทั้งตนยังชอบบรรยากาศของแพท สเตี้ยม ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่เก่าแก่ มีกองเชียร์ที่ดุดัน เหมือนที่ตนชอบเมื่อครั้งไปค้าแข้งยังต่างประเทศ

“ที่ผ่านมา มีหลายทีมในต่างประเทศติดต่อเข้ามามากมาย แต่ผมทำใจไม่ได้ที่จะทำทีมชาติอื่น หรือปั้นเด็กชาติอื่นมาสู้กับทีมชาติไทย ผมยังต้องการสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย มันยังเป็นอุดมการณ์ของผมอยู่เสมอ ส่วนเรื่องสัญญาไม่ได้กังวลอะไรว่าจะเซ็นกี่ปี หากทำทีมไม่ดีก็คงอยู่ต่อไม่ได้ ทั้งนี้การที่ผมเป็นโค้ชทีมชาติมาก่อน ผมไม่ได้มองว่าจะเป็นการลดระดับขั้นของตัวเอง อาจจะมีที่ขื่นชมผมเพราะชอบสไตล์การทำทีม หรืออาจจะมีคนที่ด่าเพราะไม่ชอบสไตล์ผม แต่ทุกคนไม่สามารถดึงผมออกจากวงการฟุตบอลได้”

ซิโก้ เผยอีกว่า การมาครั้งนี้ตนดึง “โค้ชรุ่ง”ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ และ “โค้ชเก๋ วรชัย” สุรินทร์ศิริรัตน์ มาร่วมทำงานด้วย

ส่วนนักเตะทั้ง 35 คนที่มีอยู่ ตนกำลังคุยกับทุกคนว่าใครอยากทำงานร่วมกับตนบ้าง หรือใครอยากย้ายทีม แต่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร และยังไม่น่าเสริมทัพในตอนนี้ ส่วนเป้าหมายที่คุยร่วมกันคือ เลขตัวเดียว ซึ่งตนไม่ได้กดดันอะไร ในขณะที่บอลถ้วยเอฟเอคัพ อยากพาทีมไปให้ไกลที่สุด ตนและแฟนบอลทุกคนอยากเห็นการท่าเรือไปเล่น เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก

“ผมเข้าใจว่าแฟนบอลท่าเรือต้องการให้เกมที่สนุก ซึ่งผมต้องการสร้างทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างสนุก เร้าใจ วิ่งไม่มีหมดตลอด 90 นาที โดยการเจอกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด วันที่ 25 มิ.ย. อยากให้แฟนบอลมาช่วยกดดันคู่แข่ง เข้ามาเชียร์จนสนามแตก ผมจะพยายามพาทีมมีแต้มให้ได้”

สำหรับค่าเหนื่อยที่โค้ชซิโก้จะได้รับ รายงานข่าวแจ้งว่าน่าอยู่ในระดับเดียวกับที่เคยได้รับสมัยคุมทีมชาติไทย

X