ข่าวฟุตบอล

มีของต้องสำแดง! จักรพันธ์ แก้วพรม เผยโอกาสมาแล้ว ขอทำให้ดีที่สุด

จักรพันธ์ แก้วพรม
จักรพันธ์ แก้วพรม กล่าวถึงความรู้สึก เมื่อถูกเรียกตัวมาแทน ศราวุฒิ มาสุข พร้อมร่วมซ้อมกับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก

วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 เวลา 9.30 น. มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย นำทีมชาติไทยลงฝึกซ้อมช่วงเช้าต่อเนื่อง ณ สถานที่เก็บตัว เกียรติธานี คันทรี คลับ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนบุกไปเยือน ทีมชาติอุซเบกิสถาน ในเกมอุ่นเครื่องภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 8

การฝึกซ้อมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งนับว่าเข้มข้นและจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด มิโลวาน ราเยวัช เน้นไปที่เรื่องของแท็คติค , การยืนตำแหน่งในเกมรับ รวมถึงการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่ต้องรวดเร็ว โดยได้ จักรพันธ์ แก้วพรม กองกลางจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถูกเรียกมาแทน ศราวุฒิ มาสุข ปีกขวาจากบางกอกกล๊าส เอฟซี เข้าร่วมซ้อมเป็นครั้งแรกด้วย

ขณะที่ จักรพันธ์ แก้วพรม กล่าวว่า “ดีใจครับที่โค้ชมองมาที่เรา ถือว่าเป็นเกียรติประวัติด้วยที่ได้รับโอกาสจากทีมชาติอีกครั้ง จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดครับ”

“ส่วนตัวตอนนี้พร้อมครับ ทั้งเรื่องร่างกาย สภาพจิตใจ แต่ต้องยอมรับว่าเรายังใหม่ ทั้งโค้ช รวมถึงผู้เล่นหลายๆคน ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวบ้างครับ แต่ฟุตบอลเป็นภาษาสากล ไม่น่าใช่เรื่องยากอะไร ซึ่งบรรยากาศในสนามก็โอเคครับ ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว”

“เรื่องความมั่นใจหลังจากยิงได้ในเกมล่าสุด ก็ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ก็จะพยายามรักษาฟอร์มให้คงเส้นคงวาครับ”

“การซ้อมวันนี้ก็เป็นการลงรายละเอียดเรื่องของแท็คติคครับ โค้ชพยายามให้นักเตะทุกคนปรับเข้าให้ได้ ซึ่งทุกคนก็พยายามเรียนรู้ให้เร็วที่สุด โดยรวมก็โอเคครับ”

“ส่วนเป้าหมายก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ยังไม่ได้คาดหวังว่าจะติดเป็น 23 คนสุดท้าย ตอนนี้อยากโฟกัสแค่ว่าในเมื่อโอกาสมาแล้ว จะทำให้ดีที่สุด สำหรับ ทีมชาติไทย ผมพร้อมเสมอครับ” จักรพันธ์ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย จะทำการตัดผู้เล่นจากทั้งหมด 35 รายเหลือ 23 ราย วันที่ 3 มิถุนายนนี้ ก่อนเกมอุ่นเครื่อง พบ อุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 8 วันที่ 13 มิถุนายน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน