ข่าวฟุตบอล

ไทยลีกแถลงเน้นพัฒนาผู้ตัดสินไทยมากกว่าดึงต่างชาติ

ไทยลีก

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ภายในห้องประชุม 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย โตโยต้า ผู้สนับสนุนหลัก จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม โตโยต้า ไทยลีก มีต เดอะ เพรส 2017 นัดที่ 3

โดย พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ประธานฝ่ายผู้ตัดสิน, คุณ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ, คุณ เอกพล พลนาวี หัวหน้างานจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด, คุณ พัณณิภา คำนึง หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสิน เป็นตัวแทนของสมาคมฯ เข้าร่วมการแถลงข่าว

สำหรับการแถลงข่าวความพร้อมก่อน โตโยต้า ไทยลีก มีต เดอะ เพรส 2017 นัดที่ 3 มี 5 สโมสรเข้าร่วมแถลง ประกอบไปด้วย แบงค็อก ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี, สุพรรณบุรี เอฟซี, บางกอกกล๊าส เอฟซี และ ศรีสะเกษ เอฟซี

พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ประธานฝ่ายผู้ตัดสิน กล่าวว่า “เรามองว่าการพัฒนาผู้ตัดสิน เราโฟกัสที่สมรรถภาพทางร่างกาย เกมการแข่งขันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้ตัดสินต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของทั้งตนเองและผู้อื่น ในเกมการแข่งขันระดับเดียวกัน ผู้ตัดสินต้องรู้วิขาของโค้ช หรือวิชาฝึกสอน ทำให้เราประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าได้ว่าเกมแต่ละเกมจะออกมาในรูปแบบไหน นี่คือสิ่งสำคัญในการพัฒนาผู้ตัดสิน ซึ่งนายกสมาคมฯ จะสรรหาผู้ตัดสินที่มีความฟิตทางร่างกาย พัฒนากติการมารยาท รวมถึงวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตัดสินของสมาคมฯ เราได้รับความช่วยเหลือจากฟีฟ่า และ เอเอฟซี จัดหาวิทยากรเข้ามาช่วยฝึกซ้อมในการพัฒนาผู้ตัดสิน ในอนาคตเราจะมีสถาบันพัฒนาผู้ตัดสินภายใต้การควบคุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย”

“ขอกราบขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่นำเสนอการแข่งขันฤดูกาลนี้จะเห็นได้ว่า กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมของอนาคตของชาติก็คือเด็กนักเรียน และ เยาวชน กีฬาฟุตบอลจะสามารถสร้างอนาคตที่ดี มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่วนประกอบการแข่งขันไม่ได้มีแค่นักฟุตบอล แต่ยังมีเรื่องธุรกิจการแต่งกายและเรื่องอื่น ทุกฝ่ายต้องการสนับสนุนให้ไปถึงระดับนานาชาติ โดยคณะผู้บริหารสมาคมเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถพาทีมไปถึงจุดความหวังได้ ทางสมาคมฯพร้อมรับฟังข้อคิดเห็น เพราะมันคือการสะท้อนของคุณภาพ การพัฒนากีฬาฟุตบอล ว่าจะเป็นไปตามที่สังคมคาดหวังหรือไม่ คำชมหรือคำติเตือนต่างๆเราพร้อมที่จะนำไปปรับปรุง และพัฒนาสมาคมฯ ขึ้นมา”

“ในปีนี้ เรื่องผู้ตัดสินต่างชาติ เราเคยทดลองมาแล้ว และต้องใช้เงินถึงหกแสนบาทต่อหนึ่งแมตช์ ในทางกลับกัน เงินจำนวนนี้เราสามารถนำไปพัฒนาผู้ตัดสินของเราได้ และองค์ความรู้ก็จะอยู่ในประเทศไทย เราไม่ได้ปฏิเสธความสามารถผู้ตัดสินไทย แต่ด้วยความตั้งใจกับแมตช์ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ตัดสินเราน้อยลงไปทุกที หลายคนโดนลงโทษห้ามทำหน้าที่ ทำให้ผู้ตัดสินเราเหลือน้อย สิ่งนี้คือสิ่งที่สมาคมฯ ตั้งใจจะสร้างผู้ตัดสินรุ่นใหม่ ที่มีความพร้อมทางด้านความรู้ ความเข้าใจในการควบคุมการแข่งขัน เพื่อเป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่า อีลิต เราต้องสร้างขึ้นมา การทุ่มจ้างผู้ตัดสินไม่ใช่การแก้ไขปัญหาระยะยาว ทางสมาคมฯไม่ปรารถนาที่จะใช้วิธีจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์”

คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และ โฆษกสมาคมฯ กล่าวว่า “วันนี้ก็อยากชี้แจงเรื่องสถิติที่เกิดขึ้นในไทยลีก เกมนัดเปิดสนามที่ผ่านมาในการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก ก็มีการทำลายสถิติตลอดการเรื่องจำนวนผู้ชม หลังมีผู้เข้าร่วมจากทุกสนามในนัดแรกที่ผ่านมารวมกันสูงถึง 91,511 คนในสัปดาห์แรก โดยปีที่แล้วมีรวมกัน 74286 คนซึ่งในปีนี้ สองสัปดาห์รวมกันอยู่ที่ประมาณ 145,169 คน และสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการแข่งขันขึ้นมาในปี 2008 เฉลี่ยแล้ว 8000 คนต่อหนึ่งนัด ต้องขอขอบคุณสโมสรทุกสโมสร แฟนบอลทุกท่าน ทุกท่านคือส่วนสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลไทยมาถึงจุดนี้ได้”

คุณ เอกพล พลนาวี หัวหน้าฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด “สถิติที่นำมาแบ่งปันก็ถือว่าสูงมาก อีกเรื่องที่สำคัญ สูงสุดก็คือแมตช์ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ชลบุรี เอฟซี ที่สนามไอโมบาย สเตเดียม มีผู้ชมทั้งหมด 29,891 กว่าคน เรื่องที่สองคือ ทางฝ่ายการแข่งขันและผู้ถือลิขสิทธิ์ ฝากสื่อมวลชนและสโมสรเกี่ยวกับการถ่ายทอดสด ผ่านทางเคเบิ้ลท้องถิ่น หรือ ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ค ก็จะมีโทษระเบียบ และมีปรับเงิน และชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ถือลิขสิทธิ์เรียกร้องมา โดยหากสโมสรทำผิดกฏข้อดังกล่าว ครั้งแรกจะปรับเงิน 100,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ถือลิขสิทธิ์เรียกร้องมา และครั้งต่อๆไปจะปรับเงิน 200,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ถือลิขสิทธิ์เรียกร้องมา”

ด้าน คุณพัณณิภา คำนึง หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสิน กล่าวว่า “ประเด็นแรก เรื่องเกมแรกของ ภูมิรินทร์ คำรื่น กับ ศิวกร ภูอุดม ที่ทำหน้าที่ผิดพลาด ในเคสของภูมิรินทร์ หลายคนมองว่าฟาวล์ ซึ่งเราได้แต่งตั้งคณะกรรมการการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน ก็ได้ดูเทปวีดีโอ ที่เกิดขึ้น และวิเคราะห์แล้วว่าภาพไม่ชัดเจน ทำให้เราจะไม่สามารถลงโทษได้ เพราะจากจุดนั้นภาพที่สื่อออกมามันไม่ชัดเจน เราก็พิจารณาว่าเราควรให้เครดิตผู้ตัดสินว่าทำหน้าที่ถูกต้อง ทางคณะกรรมการเองก็เกิดข้อสงสัย จึงก็ได้ส่งคลิปให้เอเอฟซี และ ฟีฟ่าดูคลิปเหมือนกัน และเขาก็ยืนยันว่าต้องให้เครดิตผู้ตัดสินว่าอยู่ใกล้เหตุการณ์ และภาพรีเพลย์ก็ยังไม่ชัดเจนทำให้ไม่มีการลงโทษ”

“ส่วนเรื่องของ ศิวกร ภูอุดม คณะกรรมการพิจารณาว่า การให้ใบแดงผู้เล่นของบีอีซี เทโรศาสน ผิดคน ทางคณะกรรมการเห็นว่าชัดเจน ทำให้คณะกรรมการพิจารณา ซึ่งระหว่างพิจารณาก็ได้สั่งระงับทำให้เขาไม่ได้ทำหน้าที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา”

“หลังจากนี้ไป ทางคณะกรรมการผู้ตัดสิน เราจะรวบรวมเทปทุกคู่ของไทยลีก มาตัดเป็นคลิป เพื่อศึกษาและในช่วงหลังจากแปดเกมไปแล้ว เราจะเอาคลิปต่างๆ และเรียกผู้ตัดสินมาประชุม ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งเราก็ได้เชิญวิทยากรจากฟีฟ่า และ เอเอฟซี มาให้ความรู้ นี่น่าจะเป็นอีกการพัฒนาอีกทางหนึ่ง ให้ผู้ตัดสินเห็นข้อผิดพลาดและนำไปแก้ไข”

“การทำหน้าที่ตรงนี้ก็กดดันเหมือนกันในการพัฒนาผู้ตัดสินทั้งประเทศซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องมากมาย เราก็อยากพัฒนาให้ดี เราต้องวางแผน ประสานงานกับเอเอฟซีและฟีฟ่า ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเรา เราต้องยอมรับว่าความรู้ ความสามารถเราอาจจะไม่ถึงระดับเอเชีย เราก็ต้องอาศัยเขา มาช่วยฝึกซ้อม ก็ต้องขออนุญาตสื่อมวลชนในการสนับสนุนผู้ตัดสิน เชื่อว่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีแน่นอน”

ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บไซต์ไทยลีก

X